ผู้เขียน หัวข้อ: วันที่โชคชะตาแพ้พ่ายแก่ความรัก  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ shawsbrothers

  • Shaws BrothersMovie
  • Moderator
  • นักเล่าเรื่อง ปรับชั้นต้องโพสรวม 80 กระทู้
  • ***
  • กระทู้: 40
  • พลังใจที่มี 100
  • เพศ: ชาย
  • Shaws BrothersMovie
วันที่โชคชะตาแพ้พ่ายแก่ความรัก
« เมื่อ: 18 มกราคม 2026, 18:12:18 »
วันที่โชคชะตาแพ้พ่ายแก่ความรัก


           เมื่อวันที่ ๑๗  กรกฎาคม ๑๙๘๓ งานศพของฟู่เซิง พระเอกดังของชอว์ บราเดอร์วัย ๒๘ ปี  งานศพจัดขึ้นที่เวิลด์ฟิวเนอรัลพาร์เลอร์ ในห้องไว้อาลัย เจินหนีภรรยาของเขา สวมชุดไว้ทุกข์ ร้องไห้อย่างหนักขณะเผาเงินกระดาษให้สามีผู้ล่วงลับ

           เจินหนีขอเห็นหน้าสามีผู้ล่วงลับเป็นครั้งสุดท้ายและกอดเขาไว้พลางร้องไห้อีกครั้ง ตลอดงานศพเจินหนียังคงคุกเข่าก้มหน้า หันหลังให้แขกในมุมหนึ่งของห้องไว้อาลัย บางครั้งก็มองดูริ้วรอยบนฝ่ามืออย่างเงียบๆ เนื่องจากเจินหนีอยู่ที่ญี่ปุ่นเมื่อฟู่เซิงเสียชีวิต ทั้งสองจึงไม่สามารถพบกันเป็นครั้งสุดท้ายได้

           มีรายงานว่าก่อนที่ฟู่เซิง  จะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต หมอดูชื่อดังคนหนึ่งได้บอกกับเจินหนีว่า ถ้าฟู่เซิงจะไม่หย่ากับเธอ เขาจะประสบกับ "หายนะครั้งใหญ่"
เจินหนี เป็นนักร้องชื่อดังที่ถูกแมวมองค้นพบเมื่ออายุ ๑๗ ปี และได้ปล่อยอัลบั้ม "Heart Lake" ในปี ๑๙๗๑ ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเธอ ต่อมา เธอได้ออกอัลบั้มหลายชุดและได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามนักร้องดีว่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค ๗๐  เคียงข้างเติ้งลี่จวิน  และ ฟงเฟยเฟย

           เจินหนี มีเสียงที่ไพเราะและมีช่วงเสียงกว้าง และ ได้รับการขนานนามว่าเป็น "นักร้องปอดเหล็กของวงการเพลง" โดย เจมส์ หว่อง  (หวังจั่น หนึ่งในสี่อัจฉริยะฮ่องกง) นักแต่งเพลงชาวฮ่องกง
เธอพบกับฟู่เซิงเมื่ออายุ ๒๑ ปี ฟู่เซิงเป็นคนร่ำรวยและมีชื่อเสียงมาก หลังจากที่ทั้งสองตกหลุมรักกัน พวกเขาก็ถูกพ่อแม่ของฟู่เซิงคัดค้าน
ความรักของทั้งสองมาถึงจุดที่ ไม่แต่งงานก็ต้องเลิกรา เจินหนี จึงถามฟู่เซิงว่า

“ถ้าเราไม่แต่งงานเราก็ต้องเลิกกัน”
ฟู่เซิงบอกเจินหนีว่า  “อย่างนั้นเราก็แต่งงานกัน”
เจินหนียิ้มแล้วบอกฟู่เซิงว่า “ฉันจะแต่งงานเพียงครั้งเดียว และจะรักเพียงคุณคนเดียวไปตลอดชีวิตนี้”


ฟู่เซิงแต่งงานกับ เจินหนี ในวันที่ ๔ ธันวาคม ๑๙๗๗  ขบวนงานแต่งงาน มีรถ เบนท์ลีย์สองคันและโรลส์-รอยซ์หนึ่งคัน หลังจากแต่งงาน เจินหนี ตั้งใจจะรีบมีลูกให้ฟู่เซิง เพื่อประสานสายใยของครอบครัว รวมถึงพ่อแม่ของฟู่เซิง แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งรีบ ยิ่งสูญเสีย เธอแท้งลูกของฟู่เซิงถึง ๓ ครั้ง

           ดังนั้นพอได้ยินหมอดูทำนาย ว่าให้ทั้งสองหย่าร้าง ทางกฏหมายเพื่อแก้เคล็ด เจินหนีก็ยินยอมด้วยความเต็มใจ แต่ตอนแรกฟู่เซิงไม่ยินยอม เขาไม่เชื่อเรื่องดวง แต่สุดท้ายเขาก็เปลี่ยนใจเมื่อถูกเจินหนีรบเร้า  ทั้งสองไปที่สำนักงานทนายความเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน หลังจากตกลงที่จะแยกกันอยู่เป็นเวลาสองปี ตามคำทำนาย
แต่มนุษย์สามารถหลอกลวงชะตาได้จริง?

           หลังจากหย่าร้างกันอย่างเป็นทางการ เจินหนีจึงเดินทางจากฮ่องกงไปไต้หวัน แล้วไปญี่ปุ่น แต่โชคร้ายที่ฟู่เซิงเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในฮ่องกงเมื่ออายุเพียง ๒๘  ปี

           ในเย็นวันที่ ๖ กรกฎาคม ๑๙๘๓ ฟู่เซิงและจางเจิ้นเซิงพี่ชายของเขา กำลังเดินทางด้วยรถปอร์เช่สีขาวจากคลับกอล์ฟเคลียร์วอเตอร์เบย์ไปยังสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่เคลียร์วอเตอร์เบย์ จางจ้านเผิงน้องชายของพวกเขาและหวังหยูนักแสดงกำลังขับรถฮอนด้าซีวิคอยู่ข้างหน้า โดยมีฟู่เซิงและพี่ชายขับตามหลังมาติดๆ ขณะเลี้ยวโค้งในเคลียร์วอเตอร์เบย์ รถของฟู่เซิงก็พุ่งชนเนินเขาและพลิกคว่ำอย่างกะทันหัน จางเจิ้นเซิงซึ่งเป็นคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในขณะที่ฟู่เซิงซี่โครงหักและได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะและหน้าอกจากการกระแทกของอุปกรณ์เสียงในรถ เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกวนตงยูไนเต็ดเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน เนื่องจากอาการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรงและซี่โครงหักทะลุหัวใจ เขาจึงเสียชีวิตในเช้าตรู่ของวันที่ ๗ กรกฎาคม

           รายงานการเสียชีวิตของฟู่เซิงพิมพ์ด้วยรหัส "AD83" ซึ่งหมายถึง "เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในปี ๑๙๘๓"  (Accident​ ปี​ ๑๙๘๓)  และบังเอิญว่าป้ายทะเบียนรถสปอร์ตที่ประสบอุบัติเหตุก็เป็น "AD83"ราวกับว่าโชคชะตาลิขิตไว้แล้วว่าฟู่เซิงต้องเสียชีวิตในปีนั้นและบนรถคันนั้น

           มีคำถามมากมายเกี่ยวกับการเสียชีวิตของฟู่เซิง ว่าทำไมพี่ชายเขาถึงเป็นคนขับรถในวันนั้นเพราะปกติ ฟู่เซิงรักรถมากและจะขับรถเองเสมอ คำตอบคือ ใบขับขี่ของฟู่เซิงถูกระงับในวันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นจางชุนซิง พี่ชายของเขาจึงเป็นผู้ขับขี่แทน และในเวลานั้นกฎหมายฮ่องกงไม่ได้กำหนดให้ผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฟู่เซิงได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังเกิดอุบัติเหตุ

           หลังจากงานศพของฟู่เซิง เจินหนีเสียใจอย่างมาก เธอขังตัวเองอยู่ในห้อง กินยานอนหลับไปทั้งขวด และพยายามตามเสียงหัวใจของตัวเองไปยังโลกหลังความตายเพื่อไปหาฟู่เซิง ผู้เป็นสามี

           ครอบครัวของเธอพบและช่วยเหลือเธอไว้ พวกเขาอยู่เคียงข้างเธอทั้งวันทั้งคืนเพื่อปกป้องเธอ พวกเขาถึงกับมัดมือและเท้าของเธอไว้ด้วยความกลัวว่าเธออาจจะทำเรื่องโง่ๆ อีก
หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เจินหนีก็ได้สติและตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตให้ดีขึ้น

           แม้ว่าสามีของเธอจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เธอยังสาวและสวย ตอนนั้นเธอมีอายุเพียง ๓๐ ปี มีหนุ่มร่ำรวยมากมายเข้ามาจีบและแสดงความรักต่อเธอ หากเธอตอบรับเพียงแค่ครั้งเดียว เธอก็จะได้แต่งงานกับครอบครัวร่ำรวยและกลายเป็นภรรยาของคนมั่งคั่งได้ทุกเมื่อ แต่เธอกลับปฏิเสธพวกเขาทั้งหมด

           หนึ่งปีต่อมา เธอปรากฏตัวที่ฮ่องกงโคลีเซียมและจัดคอนเสิร์ตอำลา โดยแสดงความคิดถึงสามีของเธอผ่านบทเพลง "เหงาอีกแล้ว"
เธอร้องไห้อย่างหนัก น้ำตาไหลอาบแก้ม หลังจากคอนเสิร์ตจบลงจากนั้นเธอก็ขายบริษัทแผ่นเสียงที่เธอร่วมก่อตั้งกับสามี แล้วเธอก็หายตัวไปอย่างกระทันหัน ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหน
สี่ปีต่อมา เธอปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับเทารกหญิง เจิ้น เจียผิง หรือ เมโลดี้

           ในช่วงยุค ๗๐ หลังจากการแต่งงานของทั้งคู่ เนื่องจากฟู่เซิงทราบว่ามีเทคโนโลยีการเก็บสเปิร์มที่ฮ่องกง ด้วยการที่ต้องแสดงฉากบู๊ แอ็คชั่น รวมถึงเจินหนีแท้งลูกของเขาไปแล้วสามครั้ง ฟู่เซิงก็ต้องการป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น เขาจึงเก็บสเปิร์มของเขาไว้ที่ธนาคารสเปิร์ม

“ใช่ค่ะพ่อของเมโลดี้คือ พี่ เซิง จริงๆ” เจินหนีกล่าว “ตอนที่เขาจากไปอย่างกะทันหัน ฉันทำใจไม่ได้ และอยากจะตายตามเขาไปด้วย โชคดีที่รอดมาได้ ... ซึ่งฉันก็อยากมีลูกมากๆ ค่ะ โดยเฉพาะลูกสาว โชคดีที่สุดท้ายมันก็กลายเป็นความจริง เพราะ เมโลดี้ นี่แหละที่ทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะอยู่ต่อไป” หลังจากฟู่เซิงเสียชีวิต เจินหนีก็กลับมารับงานในวงการบันเทิงพร้อมเลี้ยงดูลูกสาวเพียงลำพัง และเธอก็ไม่ได้แต่งงานใหม่อีกเลย
คำทำนายของหมอดูในวันนั้น กล่าวเพียงว่า
 “หากไม่หย่ากัน จะเกิดหายนะครั้งใหญ่”


           มันฟังดูเหมือนคำเตือนจากสวรรค์ แต่สำหรับเจินหนี มันคือคำพิพากษาที่หัวใจไม่อาจยอมรับเธอเลือกยอม “เสียสถานะภรรยา”เพื่อรักษา “ชีวิตของสามี”
ยอมเซ็นใบหย่า แยกกันอยู่เพื่อหวังจะหลอกลวงโชคชะตา โดยไม่เคยหยุดรักเขาแม้สักวันเดียว แต่สุดท้ายโชคชะตาก็ไม่อาจหลอกลวงได้

           ฟู่เซิงจากไป และคำทำนายก็กลายเป็นจริงในรูปแบบที่โหดร้ายที่สุดอย่างไรก็ตามหายนะที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การตายของเขา แต่อยู่ที่หัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่โลกทั้งใบพังทลายลงพร้อมกับคนรักและเธอก็เกือบเลือกจะ “ตายตามคำทำนาย” ไปด้วย

           สิ่งที่น่าประหลาดยิ่งกว่าโชคชะตา คือ “การตัดสินใจของเจินหนีหลังจากนั้น”เธอไม่โทษฟ้า ไม่โทษคำทำนาย ไม่โทษใคร เธอเลือกยืนอยู่ในโลกใบเดิม
แต่ใช้หัวใจแบบเดิม  หัวใจที่รักเขาเพียงคนเดียว ทั้งที่เธอมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ได้ง่ายดาย มีชีวิตใหม่ มีครอบครัวใหม่ มีรักใหม่ เธอกลับเลือก “ไม่ใช้สิทธิ์นั้น”เพราะสำหรับเธอ ความรักไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำได้เรื่อย ๆ แต่มันคือคำสาบานทีทำได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต

           คำทำนายอาจบอกว่าเขาจะตาย แต่มันไม่เคยบอกว่า “เธอจะหยุดรัก” และในจุดนี้เอง เจินหนีคือผู้หญิงที่ยืนหยัดที่จะ “ชนะโชคชะตา” เธอยังคงรักเขา และมีลูกสาวกับเขา ในปี ๑๙๘๗ หลังจากเขาจากโลกใบนี้ไป ๔ ปี

           เธออาจจะพ่ายแพ้ต่อความตาย แต่เธอไม่แพ้หัวใจของตัวเอง เธอพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า บางคนไม่ได้มีชีวิตเพื่อหนีโชคชะตา แต่มีชีวิตเพื่อรักษาคำสัญญา และคำสัญญานั้นคือ
“ฉันจะแต่งงานเพียงครั้งเดียว และจะรักเพียงเขาคนเดียวไปตลอดชีวิตนี้”


พูดคุยสาระหนังชอว์ บราเธอร์, บันเทิงฮ่องกงบ้าง, ไทยบ้าง, มีฮอลลีวู๊ดแซมบ้างนิดหน่อยครับ !!!