ผู้เขียน หัวข้อ: คนบางคนได้หยุดอยู่ตรงจุดที่หัวใจของเรายังรักเขาที่สุดตลอดกาล  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ shawsbrothers

  • Shaws BrothersMovie
  • Moderator
  • นักเล่าเรื่อง ปรับชั้นต้องโพสรวม 80 กระทู้
  • ***
  • กระทู้: 40
  • พลังใจที่มี 100
  • เพศ: ชาย
  • Shaws BrothersMovie
คนบางคนได้หยุดอยู่ตรงจุดที่หัวใจของเรายังรักเขาที่สุดตลอดกาล


         วานนี้มีสหายเพจท่านหนึ่ง ถามข้าพเจ้าว่าทำไม องเหม่ยหลิง ที่เสียชีวิตไปสี่สิบกว่าปีก่อน ยังคงถูกยกย่องให้เป็น อึ้งย้งที่ดีที่สุด ในความทรงจำ
“แม้ว่าข้าจะรักเจ้ามาก แต่ข้าก็ไม่เคยบอกเจ้าเลย เพราะข้ารู้ว่าสิ่่งที่เจ้าไม่ได้มานั้น จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป”

         ข้าพเจ้าจดจำประโยคนี้ได้จากภาพยนตร์ มังกรหยก ศึกอภิมหายุทธ (Ashes of Time (東邪西毒 ๑๙๙๔) ) นั่นคือความรู้สึกถึงสิ่งที่รักแต่มิได้ครอบครอง มันจะเสมือนการ “หยุดเวลาอยู่ตรงจุดที่งดงามที่สุด” ในใจเรา

         สิ่งที่เราได้ครอบครอง ต้องเจอความจริง ต้องเจอวันที่เหนื่อย ต้องเจอวันที่ทะเลาะ ต้องเจอวันที่ความรู้สึกลดลง แต่สิ่งที่เรา “ไม่ได้มา”… มันจะอยู่ในรูปของ ความเป็นไปได้ที่สมบูรณ์แบบตลอดกาล มันจะเป็น คนที่อาจจะเข้าใจเราได้ดีที่สุด ความรักที่อาจจะสวยที่สุดชีวิตอีกเส้นที่อาจจะพาเราไปไกลกว่านี้ งดงามกว่านี้

         แม้มันจะไม่เคยเกิดขึ้นจริง แต่ในใจ…มันเกิดขึ้น “อย่างสมบูรณ์แบบ” เลยทำให้บางความทรงจำ สำหรับบางคน บางความรู้สึก ยังคงมีมนต์ขลังเสมอเพราะมันไม่เคยถูกความจริงทำให้หมอง มันจึงเป็น“ดอกไม้ในฤดูที่สวยที่สุด” ในใจของผู้คน

         แม้ในยุคที่ทีวีบีมีทั้ง วังหมิงฉวน จ้าวหย่าจือ หวงซิ่งซิ่ว และ เจิ้งอวี้หลิง ก็ยังยากยิ่งที่จะที่จะระบุว่าใครเป็นนางเอกเบอร์หนึ่ง รวมถึงในตอนนั้นยังมี ทั้งหมีเซียะ หวีอันอัน ที่อยู่กับทางอาร์ทีวีที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน แต่จนการปรากฏตัวขององเหม่ยหลิง จากบท อึ้งย้งในมังกรหยกปี ๑๙๘๓ ก็ดันให้เธอเป็นนางเอกอันดับหนึ่งของทีวีบีในยุคนั้นทันที

         ในปีถัดมาองเหม่ยหลิงยังมีผลงาน เทพอาจารย์จอมอิทธิฤทธิ์ (天師執位) ซึ่งทำเรตติ้งสูงเป็นอันดับสามละครโทรทัศน์ที่มีเรตติ้งสูงสุดตลอดกาลของฮ่องกง รองจากมังกรหยกที่เธอและหวงเย่อหัวแสดง และมังกรหยกภาคสองที่ หลิวเต๋อหัว เฉินอวี้เหลียนแสดง

         เทพอาจารย์จอมอิทธิฤทธิ์ (天師執位) เป็นละครที่คนฮ่องกงรักมากที่สุด วัดได้จากการ รีรันฉายถึง ๑๐ ครั้ง นับว่าเป็นละครโทรทัศน์ที่มีการรีรันมากที่สุดในฮ่องกง ซ้ำ ปีที่แล้ว (๒๐๒๒) ทางทีวีบี ได้ทำการเปิดตัวกิจกรรมให้ผู้ชมโหวตละครดังในอดีตในหัวข้อ "ละครที่ฉันเลือก,ละครที่ฉันอยากดู" ("I Pick, I Want to Watch") เทพอาจารย์จอมอิทธิฤทธิ์ ได้ชนะผลโหวตด้วยคะแนน ๒๙.๘ เปอร์เซ็นต์ และทำให้องเหม่ยหลิงเป็นนางเอกคนเดียวที่สามารถทำเรตติ้งละครที่เธอแสดงสูงถึง ๖๐ จุด ถึง ๒ เรื่อง และไม่มีนางเอกคนไหนทำได้อีกเลย
“หากองเหม่ยหลิงบอกตัวเองเป็นที่สอง ย่อมไม่มีใครกล้าบอกว่าตนเองเป็นที่หนึ่ง”

         เป็นความนัยที่รู้กันอย่างดี ของคนฮ่องกงในยุคนั้น เหล่าดารานักแสดงต่างก็ต้องยอมรับความสำเร็จขององเหม่ยหลิง
ในยุคนั้นทางทีวีบีมักจะให้ องเหม่ยหลิงประกบกับพระเอกในกลุ่มห้าพยัคฆ์ทีวีบี ทั้ง หวงเย่อหัว ทังเจิ้นเยี่ย เหมียวเฉียวเหว่ย และ เหลียงเฉาเหว่ย  มีเพียงคนเดียวที่ไม่เคยมีผลงานแสดงกับองเหม่ยหลิงเลย คือ หลิวเต๋อหัว เพราะ ตอนนั้นหลิวเต๋อหัวถูกแช่เย็นอยู่ จากการไม่ต่อสัญญาห้าปี แต่กระนั้นหลิวเต๋อหัวเองก็เคยถูกวางตัวให้รับบทเล็กเสี่ยวหงส์ โดยจะให้องเหม่ยหลิงเป็นนางเอก

         ในเดือนพฤษภาคม  ปี  ๑๙๘๕  องเหม่ยหลิงเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อแสดงโชว์ร้องเพลง  หลังจากการแสดงองเหม่ยหลิงไม่ได้กลับไปที่โรงแรม แต่ไปที่วัดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์โดยตรง ซึ่งได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า และวัดแห่งนี้ถือเป็นจุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเดินทางครั้งนี้

         อย่างที่ทราบกันดีว่า องเหม่ยหลิง เชื่อในศาสตร์แห่งตัวเลขและศาสตร์ลึกลับตลอดชีวิตของเธอ และได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่ออ่านโหงวเฮ้งและดูลายมือของเธอมากกว่าหนึ่งครั้ง
เมื่อมาถึงวัดแล้ว เธอจึงจับเซียมซีตามคำแนะนำของพระ เมื่อไม้ไผ่ตกลงบนโต๊ะ พระชราก็ตกใจ เมื่อเห็นท่าทางผิดปกติของพระชรา องเหม่ยหลิง ก็รีบตีความการจับฉลากของเธอ คำพูดของพระชราทำให้องเหม่ยหลิง รู้สึกเย็นวาบที่หลัง

         เหตุผลที่พระภิกษุชรามีปฏิกิริยาตกใจมากนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะแทบไม่มีใครจะเจอเคราะห์ร้ายกระบอกเซียมซีนี้เลย เพราะกระบอกไม้ไผ่มีดวงชะตาเคราะห์ร้ายน้อยมาก อาจจะเพียงหนึ่งหรือสองเท่านั้น พระภิกษุหยิบกระบอกไม้ไผ่ขึ้นมาแล้วเห็นว่ามีคำทำนายว่า: ไม่มีเรืออยู่ในทะเลแห่งความรัก และโชคชะตาจะสิ้นสุดลงที่อายุสิบแปด
องเหม่ยหลิง รีบถามว่าคำทำนายนี้หมายถึงอะไร และมีวิธีแก้ไขหรือไม่

         พระภิกษุรู้สึกหมดหนทาง และได้แต่ขมวดคิ้วและกล่าวว่า “เมื่ออายุ ๒๗ ปี คุณจะเริ่มต้นเส้นทางชีวิตที่แตกต่างออกไป”
ต่อมามีคนมาอธิบายว่านี่คือลางร้ายอย่างยิ่ง และ “ความสัมพันธ์สิ้นสุดลงเมื่ออายุ ๑๘ ” หมายความว่าความสัมพันธ์ของเธอกับทังเจิ้นเยี่ยสิ้นสุดลงหลังจากผ่านไป ๑๘ เดือน
อย่างที่เราท่านทราบดีว่า ชีวิตขององเหม่ยหลิงมิอาจผ่านพ้นไปถึงปีที่ ๒๗

         หลังจากที่องเหม่ยหลิงเสียชีวิต สื่อต่างๆ ได้สัมภาษณ์ศิลปินชื่อดังหลายคนเกี่ยวกับความคิดเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางคนบอกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายและไม่คุ้มที่จะฆ่าตัวตายเพื่อความรัก หนึ่งในนั้นคือ เลสลี่ จาง นักร้องดังที่เคยสอนองเหม่ยหลิงเล่นเปียโน

         ในตอนนั้น เลสลี่ จาง ให้คำตอบไว้ว่า “การคาดเดาว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของเธอ(องเหม่ยหลิง)นั้นเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้ ผมยังเป็นคนอ่อนไหวง่ายอีกด้วย หากผมไม่สามารถหาคำตอบได้ในช่วงเวลานั้น ผมก็อาจจะทำแบบเดียวกันกับเธอ”

         อีก ๑๘ ปีให้หลัง เจ้านกไร้ขาที่ยังคงหาคำตอบไม่ได้ว่าเขาเป็นโรคอะไรได้ทิ้งร่างลอยละลิ่วลงสู่พื้นดิน สายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิโบยโบกอีกครา บางคนไม่ได้เกิดมาเพื่อ “อยู่กับเราอย่างยาวนาน” แต่เกิดมาเพื่อ “อยู่ในใจเราอย่างเนิ่นนาน” เลสลี่  จาง ก็เช่นกัน องเหม่ยหลิงก็เช่นกัน องเหม่ยหลิงไม่ใช่เพียงนางเอกคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ทีวีบี

         เธอคือ ความเป็นไปได้ที่งดงามที่สุด คือคนรักที่ไม่ทันได้ใช้ชีวิตจนแก่ คือบทบาทที่ไม่ทันได้แสดงซ้ำจนความรู้สึกจาง คืออึ้งย้งที่ไม่ทันจะได้แก่ตัว และไม่ทันได้เดินทางร่วมกันกับกาลเวลาไปพร้อมกับเรา

         เธอหยุดตนเองอยู่ตรงวัยที่สวยที่สุด ตรงความฝันที่ยังไม่เคยถูกโลกจริงแตะต้อง และเพราะเธอ “จากไปก่อนที่คืนวันจะมาถึง”

         เธอจึงไม่เคยถูกความจริงทำให้หมอง ไม่เคยถูกชีวิตทำให้สึก ไม่เคยถูกเวลาเจรจาต่อรอง เธอจึงยังคงเป็น อึ้งย้งที่ดีที่สุด ในแบบที่ไม่มีใคร “ทำได้ดีกว่า”
เพราะไม่มีใคร “หยุดได้ตรงจุดนั้นอีกแล้ว”

         บางความทรงจำไม่ได้น่าประทับใจเพราะยืนยาว แต่น่าจดจำเพราะมัน ไม่เคยแก่ไปพร้อมกับเรา และบางคน… ไม่ได้เป็นอมตะเพราะเขาไม่ตาย แต่เป็นอมตะ เพราะเขาหยุดอยู่ตรงจุดที่หัวใจของเรายังรักเขาที่สุดตลอดกาล



พูดคุยสาระหนังชอว์ บราเธอร์, บันเทิงฮ่องกงบ้าง, ไทยบ้าง, มีฮอลลีวู๊ดแซมบ้างนิดหน่อยครับ !!!